หากพูดถึง Real Time Marketing นักการตลาดหลายท่านคงรู้จักกันเป็นอย่างดี Real Time Marketing คือการทำคอนเทนต์รูปแบบต่าง ๆ จะกล่าวถึงเหตุการณ์หรือเรื่องที่กำลังเป็นที่น่าสนใจ ณ เวลานั้น  โดยใช้ประโยชน์จากสถานการณ์ปัจจุบันที่กำลังเป็นที่พูดถึง แฝงตัวคอนเทนต์เกาะกระแสเพื่อให้เข้าไปอยู่ในวงการสนทนา ซึ่งการใช้ Real-time Marketing ถือเป็นการทำการตลาดที่ดีอย่างหนึ่งเลยทีเดียวที่จะทำให้ผู้บริโภคเข้าถึงแบรนด์ของคุณ

จากการที่ Wayin ทำการสำรวจความคิดเห็นของนักการตลาด 200 คน ที่ทำการตลาดแบบ Real-time รวมมูลค่ากว่า 100 ล้านเหรียญสหรัฐฯ พบว่าการสำรวจ 98% ของนักการตลาด บอกว่า การตลาดแบบเรียลไทม์ จะมีผลกระทบต่อรายได้ นอกจากนี้ 89% ของนักการตลาด ยังบอกอีกว่า พวกเขาสามารถใช้ Real-time marketing เพื่อไปให้ถึงเป้าหมายทางธุรกิจที่ตั้งไว้ และ 59% ยังมีแผนที่เพิ่มงบประมาณในการทำ Real-time marketing อีกด้วย

เมื่อทำการสำรวจเกี่ยวกับกลยุทธ์ Real-Time Marketing  ที่นักการตลาดใช้นั้นพบว่า

62% ใช้กลยุทธ์แบบอัตโนมัติ เช่น การส่งอีเมล
• 58% ใช้Social Media เพื่อให้ทันต่อเหตุการณ์
• 58% สร้างการมีส่วนร่วมบน Social Media
• 57% สร้างปฏิสัมพันธ์รายบุคคลด้วย Digital Content
• 54% สร้างคอนเทนต์ให้ทันเวลา
• 37% ใช้เทคโนโลยีระบุบอกตำแหน่ง หรือ Location-based เพื่อแจ้งข้อเสนอผ่านอีเมล หรือแอปพลิเคชัน


ซึ่งทำให้ทราบว่าการทำการตลาดแบบ Real Time Marketing นั้นก็เป็นผลที่ดีมากต่อการทำการตลาดที่นักการตลาดหลายคนเลือกใช้ เพราะมันจะทำให้แบรนด์ของพวกเขาเข้าสู่ Insight ของผู้บริโภค แต่ถึงอย่างนั้นการจะทำ Real Time Marketing มีทั้งผลดีและผลเสียได้เช่นกัน

ข้อดีของ Real Time Marketing

1. เมื่อมีกระแสหรือเหตุการณ์ที่น่าสนใจ เราสามารถทำการตลาดเกาะกระแสได้ทันที ยิ่งเราทำได้ไวและสม่ำเสมอ ก็จะทำให้มีผู้ติดตามมากขึ้นเพื่อรอดูเหตุการณ์แต่ละครั้งที่เราจะสร้างสรรค์อะไรออกมาให้เข้ากับแบรนด์ของเรา
2. ทำให้โซเชียลมีเดียของเราเป็นศูนย์รวมของผู้ที่อยากแสดงความคิดเห็นต่าง ๆ และทำให้โพสต์ของเรามี Engagement หรือการมีร่วม เช่น กดไลก์ กดแชร์ คอมเมนต์ มากขึ้น
3. ทำให้เกิดการแชร์ต่อ ส่งผลดีต่อแบรนด์ของเราเพราะการที่มีคนแชร์ต่อกันเอง ดูน่าเชื่อถือและดูดีกว่าการบูสต์โพสต์ และถ้าเราสามารถผูกเรื่องให้เข้ากับแบรนด์ได้ดี ผู้คนก็จะเข้าใจแก่นหลักของแบรนด์เราได้ดีขึ้นด้วย

ข้อเสียของ Real Time Marketing

1. Real Time Marketing ต้องอาศัยความเร็วเป็นหลัก แต่สิ่งที่ต้องคำนึงคือ เรื่องของลิขสิทธิ์ คำหยาบ คำที่ส่อไปทางเรื่องเพศ หรือการเหยียด เพราะไม่อย่างนั้นอาจกลายเป็นดราม่าและส่งผลลบต่อแบรนด์ได้ทันที
2. บางเหตุการณ์ เช่น ดาราถูกล้อเลียน (Bully) หรือวิพากษ์วิจารณ์เรื่องหน้าตา ก็ไม่ควรนำมาทำการตลาดแบบนี้ เพราะเป็นเรื่องละเอียดอ่อนและกระทบต่อสิทธิของผู้อื่น จึงควรต้องระวังให้ดี

ยกตัวอย่างการใช้กลยุทธ์แบบ Real-Time Marketing  หลายๆท่านคงรู้จักเพลงฮิตที่มาแรงแซงทางโค้งอย่างเพลง How You Like That ของสาวๆ BLACKPINK ซึ่งปัจจุบันมียอดวิวทะลุ 406 ล้าน แม้จะผ่านมาเดือนหนึ่งแล้วแต่ยอดวิวก็เพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ จนถึงขนาดที่หลายๆแบรนด์ทำการตลาดแบบ Real-Time Marketing กันแบบรั่วๆไม่เว้นแม้แต่ Bar B Q Plaza ที่ออกโปสเตอร์โปรโมทเชิญชวนให้ไปกิน Bar B Q Plaza กันด้วย

#ContentMaster
#คอนเทนต์ทรงพลังสร้างได้
#ContentMarketing