SSK พื้นฐานที่นักเขียน Content Marketing ต้องรู้ก่อนไม่ว่าจะไปทำงานไหน

SEO

ถ้าหากย้อนไปจุดเริ่มต้นว่าทำไมเราต้องเขียนคอนเทนต์ คำตอบก็คือเพื่อให้คนเข้ามาอ่านและสุดท้ายจบด้วยการซื้อสินค้าหรือมามีส่วนร่วมกับบริการของเรา คำถามต่อมาคือ…แล้วจะทำอย่างไรให้คนเข้ามาเจอเราในออนไลน์? จริงอยู่ว่าแต่ละวันคนค้นหาข้อมูลในGoogle เยอะขนาดนี้ก็คงต้องมีคนผ่านมาเจอเว็บไซต์ของเราบ้างแหละ แต่ในฐานะของเจ้าของแบรนด์ ก็คงไม่อยากได้แค่ให้คน “ผ่านมาเจอ” แต่อยากให้ “คนทั้งหมดค้นหาแล้วเจอ” เว็บของเราเลยต่างหากล่ะ นี่จึงเป็นที่มาของSEO (มีชื่อเต็มว่า Search Engine Optimization) คือเครื่องมือที่จะทำให้เว็บไซต์ของเราติดอันดับต้นๆของ Google  เพื่อเพิ่มโอกาสให้คนค้นหาแล้วเจอแบรนด์เรามากที่สุด (เปรียบเหมือนเราได้หน้าร้านที่ทำเลดีมาก) ซึ่งการทำ SEO จะเกี่ยวข้องกับการจัดวาง Keyword ในตำแหน่งที่เหมาะสมเพื่อทำให้เป็นคอนเทนต์ที่มีคุณภาพ  

SEM  

เมื่อมี SEO ก็ต้องมี SEM เพราะสองสิ่งนี้ใช้งานคู่กันSEM สังเกตว่า คำนี้มีตัว M ต่อท้าย ซึ่งมากจากคำว่า Marketing นั่นเอง (Search Engine Marketing) SEM ก็คือ การค้นหา+การตลาด นั่นหมายความว่า การทำการตลาดผ่านผ่านเครื่องมือค้นหาบนอินเตอร์เน็ต รูปแบบการทำงานของSEM สามารถทำได้ 2 แบบคือเสียค่าใช้จ่ายแล้วทำการตลาดด้วยโฆษณา ซึ่งเราจะต้องจ่ายเงินเมื่อมีคนเข้ามาคลิก เรียกว่า PPC (Pay Per Click) หรือถ้าไม่อยากเสียเงินก็ทำได้เช่นกัน โดยการปล่อยให้การค้นหาเป็นไปแบบOrganic อาจจะทำให้อันดับขึ้นช้าฉะนั้นสิ่งสำคัญต้องกลับมาที่การทำคอนเทนต์ให้มีคุณภาพอยู่ดี  

Keyword  

คีย์เวิร์ด ก็คือคำที่ลูกค้าใช้ในการค้นหาสิ่งที่เค้าต้องการนั่นเอง ยกตัวอย่างเช่น เมื่อมีคนต้องการหารองเท้าผ้าใบสักคู่ อาจจะเริ่มต้นเสิร์จใน Google ว่า “รองเท้าผ้าใบ” “รองเท้าผ้าใบแฟชั่น” “รองเท้าผ้าใบแบรนด์ดัง” อย่างนี้เป็นต้น  ในมุมของคนทำคอนเทนต์นั้นก็ต้องเลือกคีย์เวิร์ดที่มีการค้นหาสูง เพื่อจะได้เพิ่มโอกาส ที่ผู้คนจะค้นหาเว็บเราเจอก็มีเพิ่มตามไปด้วย เป็นธรรมดา เมื่อมีคนเข้าเว็บเราเพิ่ม โอกาสที่จะขายของ ก็มีมากขึ้นตามไปนั้นเอง