คำแนะนำในการเลือกซื้อ Theme WordPress เพื่อนำมาใช้งานกับ Blog

ปีนี้ ครีเอเตอร์หลายคน ที่อยากจริงจังกับการสร้างตัวตนบนออนไลน์ และกำลังสนใจอยากที่จะมีเว็บไซต์เป็นของตัวเอง หรือสำหรับใครที่มีเว็บไซต์อยู่แล้ว แต่อยากปรับปรุงหน้าตาเว็บไซต์ให้ดูดี ทันสมัย แต่เขียนโปรแกรมไม่เป็น ไม่อยากจ้าง หรือมีทุนที่จำกัด ดังนั้นการเลือกซื้อ Theme เว็บไซต์สำเร็จรูป จึงถือเป็นตัวเลือกที่ดีในการแก้ปัญหา

ในบทความนี้เราจะมาแนะนำเกี่ยวกับ Theme wordpress แบบเสียเงิน ที่เหมาะสำหรับการนำไปใช้งานในแบบจริงจัง หากถามว่าทำไมถึงควรใช้ธีมที่เสียเงินซื้อ นั้นเป็นเพราะว่า ผู้ใช้งานจะได้รับการดูแลการตอบถามปัญหา การซัพพอร์ต ตลอดจนการอัพเดตฟังก์ชั่น ต่างๆของธีมอย่างสม่ำเสมอ รวมถึงการอัพเดตแพตซ์ในเรื่องของความปลอดภัย ที่ถือเป็นหัวใจสำคัญของการทำเว็บไซต์อีกด้วย

ซึ่งธีมแบบเสียเงิน จะแตกต่างจากธีมฟรี ที่มักขาดการอัพเดต การซัพพอร์ต รวมถึงเรื่องของความปลอดภัยของตัวระบบ ที่มักขาดการอัพเดต หรือนักพัฒนาหยุดพัฒนาไปดื้อๆก็มี การลงทุนซื้อ Theme wordpress มาใช้ในราคาไม่กี่พันบาท นับว่าเป็นการลงทุนที่คุ้มค่า ทั้งเรื่องความสะดวก และความอุ่นใจ

รวมแหล่งเลือกซื้อ Theme ที่ได้รับความนิยมสูงสุด

  • ThemeForest แหล่งซื้อ-ขาย Theme อันดับ 1 ของโลก
ซื้อธีมwordpress

แหล่งจำหน่าย Theme เว็บไซต์อันดับ 1 ของโลก ต้องยกให้ ThemeForest.net เว็บไซต์ Marketplace ที่เปิดให้นักพัฒนา สามารถวางขาย theme , Plugin , Code รวมถึง Digital Product มากกว่าหลายแสนตัว บนเว็บไซต์

ซึ่งข้อดีของการซื้อ Theme ผ่านเว็บไซต์ ThemeForest นั้นคือ เรื่องข้อมูลรีวิวธีมจากลูกค้าจริง ช่วยให้การตัดสินใจซื้อธีมทำได้ง่ายมากยิ่งขึ้น อีกทั้งเว็บไซต์ยังมีระบบตัดชำระเงินผ่านบัตรเครดิต หรือระบบ Paypal ทำให้สะดวก และลดปัญหาการฉ้อโกงได้มากยิ่งขึ้น และอีกหนึ่งจุดเด่น นั้นคือ มีการจัดหมวดหมู่ ประเภทของ Theme  ฟังก์ชั่น ฟีเจอร์มากมาย แยกกันอย่างชัดเจน ทำให้คุณสามารถเลือกซื้อธีมได้ง่าย และตรงกับความต้องการของคุณมากที่สุด

  • SeedThemes เว็บไซต์ซื้อขายธีม เวิร์ดเพลสของคนไทย
ทำเว็บไซต์

ซึ่งนอกจากเว็บไซต์จำหน่ายธีม ของต่างประเทศแล้ว ในประเทศไทยเราเองก็มีเว็บไซต์ จำหน่าย Theme wordpress คุณภาพเยี่ยมอยู่เช่นกัน นั้นคือ SeedTheme ที่ก่อตั้งโดยคุณเม่น ผู้เชี่ยวชาญในสร้างและพัฒนาเว็บไซต์ ของประเทศไทย ซึ่ง Seedtheme เองนั้นก็มี Community ขนาดใหญ่มาก จนสามารถเป็นจ้าภาพการจัดงานในระดับเอเชียได้ อย่าง WordCamp Asia ได้อย่างสบายๆ

สำหรับครีเอเตอร์ ท่านใด ที่อยากได้ธีมเว็บไซต์ ที่มีทีมงานซัพพอร์ตเป็นคนไทย ไว้คอยช่วยเหลือ หรือตอบคำถามการใช้งาน และมีกลุ่มคอมมูนิตี้พูดคุยระหว่างผู้ใช้และนักพัฒนา แนะนำลองให้ลองใช้ Seedtheme

SeedTheme ให้บริการทั้งธีมสำเร็จรูป และ ให้บริการรับพัฒนาธีมและฟังก์ชั่น การใช้งานตามความต้องการของลูกค้า ซึ่งเราจะอธิบายความแตกต่างของทั้งสองแบบในส่วนถัดไป

แหล่งดาวน์โหลดธีม อื่นๆ

ซึ่งนอกจากเว็บไซต์ชื่อดัง ทั้งสองเว็บไซต์แล้ว เรายังสามารถหาซื้อธีมเว็บไซต์ สำเร็จรูปได้โดยตรง กับเว็บไซต์ของนักพัฒนาเลย ยกตัวอย่างเช่น บริษัทพัฒนาธีมรายใหญ่ เช่น elementor.com , www.elegantthemes.com หรือ underscores.me เป็นต้น

ซึ่งแหล่งดาวน์โหลดส่วนใหญ่จะเป็น จะเป็นธีมประเภท Page Builder และ Plugin ในการช่วยจัดการหน้าตาเว็บไซต์

ทำความรู้จัก ประเภทของ Theme ที่เหมาะสมกับเว็บไซต์แต่ละแบบ

โดยทั่วไปเราแบ่งประเภทของธีมออกตามลักษณะการใช้งาน และความสามารถของผู้ใช้งานเป็นหลัก ซึ่งสามารถแบ่งออกได้เป็น 3 ประเภทดังนี้

1.Theme เว็บไซต์สำเร็จรูป

ธีมเว็บไซต์สำเร็จรูป เป็นธีมที่พร้อมใช้งานได้เกือบจะทันที หลังจากติดตั้งเสร็จ ที่เหลือเพียงแก้ไขข้อมูลบางส่วน เพียงเท่านั้น เว็บไซต์ของคุณก็จะมีหน้าตาสวยงาม ได้ในทันที ซึ่งเกือบทั้งหมดที่ของธีมที่ขายใน ThemeForest จะเป็นธีมประเภทนี้

ซึ่งข้อจำกัดเพียงอย่างเดียวของ Theme เว็บไซต์สำเร็จรูป คือ เรื่องของความยืดหยุ่นน้อย ไม่สามารถปรับแก้ไข Layout ได้แบบอิสระเหมือนเขียนโปรแกรมเอง ซึ่งแนะนำว่าพยามหาธีมที่ดีไซน์ตรงกับความต้องการของเราให้ได้มากที่สุด

2. Page Builder Theme

page Builder ทำยังไง


ธีมรูปแบบนี้ เป็น Plugin รูปแบบหนึ่งของเว็บไซต์ ที่มีความสามารถในการแก้ไข จัดหน้า จัดรูปแบบได้อิสระกว่า theme เว็บไซต์สำเร็จรูป เราเรียก theme ลักษณะนี้ว่า Page Builder Theme ซึ่งตัวที่ได้รับความนิยมมากที่สุด ณ ตอนนี้จะมี Elemetors, Flatsome , Divi , Avada ที่มีการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง

ในส่วนของข้อจำกัดเพียงข้อเดียว ที่แตกต่างจากธีมสำเร็จรูปคือ ผู้ใช้งานต้องศึกษาวิธีการใช้งาน Page Builder พร้อมทั้งควรจะมีแบบ Layout ไว้ในใจหรือ ตัวอย่างหน้าเว็บไซต์ที่ต้องการอ้างอิง เพื่อใช้ในการออกแบบที่ง่ายขึ้น ซึ่งธีมลักษณะนี้เหมาะกับ ผู้ที่เคยทำเว็บไซต์มาบ้างแล้ว หรือมีความรู้ในการออกแบบเว็บไซต์มาบ้าง

3. Starter Theme

เริ่มต้นทำเว็บ

ธีมแบบสุดท้าย นี้ถือเป็นธีมที่เหมาะสำหรับนักพัฒนาโดยเฉพาะ ด้วยเพราะเป็น Framework หรือ Mockup เว็บไซต์ สำหรับนำมาพัฒนาต่อจากโค้ดตั้งต้น ซึ่งเวลาซื้อมา จะได้เป็นไฟล์โค้ดเฟรมเวิร์คมาติดตั้งบนเซิฟเวอร์ด้วยตนเอง ซึ่งมีความยุ่งยาก และมีความซับซ้อนในการใช้งานมากที่สุด ในบรรดาธีมประเภทต่างๆ เช่น Seed Theme, Underscore เป็นต้น

เคล็ดลับในการ ค้นหา Theme บนเว็บไซต์ ThemeForest

สำหรับท่านที่ยังไม่เคยซื้อธีม บนเว็บไซต์ ThemeForest  อาจจะสับสนกับหน้าตาเมนู ของ Marketplace นี้นิดหน่อยในครั้งแรก ซึ่งในวันนี้เรามีเคล็ดลับดีๆในการเลือกซื้อ Theme บนเว็บไซต์ ThemeForest แบบง่ายๆ มาฝาก เพื่อให้คุณเลือกซื้อธีมได้ง่าย และเหมาะกับคุณได้เร็วมากยิ่งขึ้น ซึ่งมีหลักการค้นหา ดังนี้

ThemeForest ซื้อตีม
  1. เลือกแทบเมนู Web Theme & Templates
  2. เลือกประเภทเว็บไซต์ เป็น WordPress
  3. กรอกคีย์เวิร์ด ประเภทธุรกิจ หรือแนวธีมที่สนใจ
  4. เลือกธีมที่ชอบ แล้วดูข้อมูลรีวิวธีม เพิ่มเติม
  5. ทำการชำระเงิน

เพียง 5 ขั้นตอนง่ายๆคุณก็จะได้ theme สวยๆสำหรับมาทำเว็บไซต์มาเรียบร้อยแล้ว ซึ่งเคล็ดลับในการใช้งาน ระบบ Filter ของเว็บไซต์ ThemeForest นั้นมีด้วยกัน 4 ส่วน คือ

Category : แทบเมนูด้านซ้ายมือ สำหรับเลือกประเภทของธีม
Tags : เป็นเมนู สำหรับจัดกลุ่มประเภท หรือสไตล์ของ theme เช่น ประเภท event , business , Blog เป็นต้น
Price : แทบสำหรับ การเลือกช่วงราคาของธีม ที่เราต้องการ
Sales :  คือจำนวนยอดขายธีมแบ่งเป็นระดับ ตั้งแต่ no sale คือขายไม่ได้เลย ไปถึง Top seller แนะนำเลือกตั้งแต่ Meduim ขึ้นไป เพราะคุณจะมั่นใจได้ว่า ธีมมีคนใช้งานจริง ประกอบกับ feedback รีวิวของธีมแต่ละตัว สำหรับการตัดสินใจซื้อ

*อย่าลืมตรวจสอบข้อมูลเหล่านี้ก่อนสั่งซื้อธีม

License details หรือสัญญาอนุญาตการใช้งาน คือสัญญาการนำธีมไปใช้งาน โดยมีหลายรูปแบบ ตั้งแต่ระดับ Regular คือสามารถนำไปใช้งานได้เพียง 1 เว็บไซต์เท่านั้น และมีบริการซัพพอร์ต อีก 6 เดือน ซึ่งในระยะเวลา 6 เดือน คุณสามารถถามตอบ พูดคุย กับนักพัฒนาได้ตลอดระยะเวลาบริการ หรือหากอยากได้บริการซัพพอร์ตที่นานมากยิ่งขึ้น ก็สามารถเลือกซื้อแบบ extend support เพิ่มเติมได้ ซึ่งจะมีค่าใช้จ่ายที่สูงขึ้น

ข้อมูลยอดขาย Sales, Review, Comment

ขายเว็บได้เงินเท่าไร

ในหน้ารายละเอียดธีม ทุกธีมจะมีขอ้มูล Review , ยอดขาย รวมถึงคอมเมนต์ ความคิดเห็นเกี่ยวกับธีมนั้นๆ ซึ่งแนะนำให้ดูข้อมูลในส่วนนี้เป็นหลัก รองลงมาจากรูปแบบธีม ซึ่งข้อมูลในส่วนนี้จะตอบคำถามในเรื่องของการใช้งาน ปัญหา การซัพพอร์ต ว่ามีความคิดเห็นเชิงลบ หรือเป็นอย่างไร

ซึ่งในส่วนนี้จะช่วยให้เราทราบข้อมูล ทราบรายละเอียดการพัฒนาการ สำหรับช่วยตัดสินใจของผู้ซื้อได้ง่ายยิ่งขึ้น หากธีมไหนมียอดขายสูง นั้นหมายความว่า ธีมนั้นมีคุณภาพ มีผู้ซื้อวางใจมากมาย นักพัฒนามีการซัพพอร์ตและพัฒนาฟีเจอร์อย่างต่อเนื่อง เป็นต้น

ระยะเวลาการอัพเดตเวอร์ชั่น

อีกสิ่งหนึ่งที่มีความสำคัญคือ การดูว่าธีมที่เราจะซื้อนั้น มีการอัพเดตเวอร์ชั่นบ้างหรือไม่ ให้ดูในส่วนของวันที่อัพเดต ในช่อง Last update หากไม่มีการอัพเดตเลย หรืออัพเดตเกินระยะเวลาหนึ่งปี ไม่แนะนำให้ซื้อมาใช้งาน

หมั่นอัพเดตธีมอย่างสม่ำเสมอ

เมื่อติดตั้งธีมเรียบร้อยแล้ว เมื่อทางผู้พัฒนามีการแจ้งเตือนให้มีการอัพเดตธีม ให้รีบทำการอัพเดตธีมทันที เพื่ออุดช่องว่างเว็บไซต์ของเราให้ปลอดภัยมากยิ่งขึ้น รวมถึงการแก้ปัญหาธีมในเวอร์ชั่นก่อนๆ ให้หมดไป